ถึงวันนี้ดูเหมือน โชคจะเข้าข้าง "เป๊ปซี่" บ้างแล้ว หลังจากต้องเป็นฝ่ายปราชัยมาโดยตลอด นับตั้งแต่วันที่มีการประกาศทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (เทนเดอร์ ออฟเฟอร์) หุ้นเสริมสุข เมื่อเมษายนปีที่แล้ว
ล่าสุดเมื่อศาลแพ่งได้มีคำสั่งยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา จากที่ผู้ถือหุ้นรายย่อยรายหนึ่งของบริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลกล่าวหาว่าบริษัท เอสบีเค เบฟเวอเรจ จำกัด เป็นนอมินีของกลุ่มเป๊ปซี่โค จนเป็นเหตุให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาในวันที่ 5 เมษายน ระงับไม่ให้บริษัทใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา รวมทั้งให้ระงับการบันทึกชื่อของบริษัทเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทเสริมสุข
นั่นหมายความว่านับจากนี้ เอสบีเคฯซึ่งถือหุ้นในเสริมสุข 9.13% มีสิทธิ์ที่จะยกมือโหวตออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้อย่างเต็มที่ แม้จะไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่าเอสบีเคฯ สังกัดฝ่ายใด แต่สิ่งที่ชัดเจนคือคำยื่นฟ้องของผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ทำให้ฟันธงได้ว่า เอสบีเคฯไม่ใช่ฝั่งของผู้ถือหุ้นคนไทยในเสริมสุข
เพียงเท่านี้ ก็ถือเป็นข่าวดีกับทางกลุ่มเป๊ปซี่ โค เพราะอย่างน้อยนับแต่นี้ในการประชุมผู้ถือหุ้นเสริมสุข เป๊ปซี่ยังสามารถลุ้นในการกำชัยชนะจากการโหวตลงมติในประเด็นต่าง ๆ นั่นเพราะหากเอสบีเคฯยกมือให้กับทางฝั่งเป๊ปซี่แล้ว ก็จะทำให้เป๊ปซี่สามารถกุมเสียงข้างมากในเสริมสุขได้ทันที




